Login Form



Follow us on Twitter
Your ad here Your ad here แว่นตาและนาฬิกา Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here
ตาเหล่ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๐:๐๐ น.

ตาเหล่

 

ในภาวะปกติตา ของคนเราทั้ง 2 ข้างจะทำงานร่วมกันให้การมองเห็นดียิ่งขึ้น ทำให้ลานสายตากว้างขึ้น และทำให้เกิดเห็นภาพได้เป็นแบบสามมิติ คือ เห็นทั้งความกว้าง ความยาว และความลึก

การที่ตามทั้ง 2 ข้าง ทำงานร่วมกันได้เพราะอาศัยกล้ามเนื้อตาที่เกาะรอบลูกตา กล้ามเนื้อตามีประสาทสมองมาเลี้ยงเวลากลอกตาไปมา เพื่อจ้องดูสิ่งต่าง ๆ สมองจะเป็นตัวควบคุมให้ตาทั้ง 2 ข้างทำงานพร้อมกัน และประสานกัน ภาวะใดที่มีอัมพาตของประสาทสมองที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตา จะทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อตาด้วย

สาเหตุของตาเหล่จากอัมพาตของกล้ามเนื้อตา มีดังนี้

  1. อุบัติเหตุ จากการถูกกระทบกระเทือนบริเวณศรีษะอย่างรุนแรง อุบัติเหตุชนิดมีของแปลมคมแทงทะลุหนังตาเข้าไปในเบ้าตา อาจะทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อตาโดยตรงได้
  2. โรคของหลอดเลือดโป่งพอง หรือ เนื้องอกภายในกระโหลกศีรษะ และเบ้าตาอาจจะกดประสาทสมองที่เลี้ยงกล้ามเนื้อตา แล้วทำให้ตาเหล่ได้
  3. อาจเกิดร่วมกับโรคทางอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคของสื่อประสาทผิดปกติ

อาการของตาเหล่จากอัมพาตของกล้ามเนื้อตา

  1. ถ้าเกิดในผู้ใหญ่หรือเด็กโต ซึ่งระบบประสาทตาทั้ง 2 ข้างเจริญเต็มที่แล้วมักจะมีอาการเห็นภาพซ้อน
  2. ถ้าเกิดในเด็กเล็กซึ่งระบบประสาทตาทั้ง 2 ข้าง ยังเจริญไม่เต็มที่ผู้ปกครองอาจสังเกตุได้เพียงว่าเด็กมีตาเหล่เท่านั้น

การรักษา

อาศัย ประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกายทั่วไป และการตรวจหน้าที่ของกล้ามเนื้อตา เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ถ้าพบสาเหตุก็จะให้การรักษาสาเหตุเลยทันที แต่ถ้าไม่พบสาเหตุที่แน่นอนจักษุแพทย์มักจะให้ผู้ป่วยปิดตาเสีย 1 ข้าง เพื่อป้องกันมิให้เห็นภาพซ้อน ร่วมกับการรักษาทางยาไปประมาณ 6 เดือน การรักษาดังกล่าวผู้ป่วยบางรายจะมีอาการทุเลาขึ้น และไม่มีอาการตาเหล่อีก ถ้าครบ 6 เดือน ผู้ป่วยยังมีอาการตาเหล่ และเห็นภาพซ้อนอยู่แพทย์อาจทำการผ่าตัดทำให้ตาตรงได้

LAST_UPDATED2
 

แสดงความคิดเห็น...

Security code
กดดูใหม่ (กรอกตัวอักษรที่ปรากฏ)

โรคเกี่ยวกับดวงตา

รูปร่างใบหน้า

คอนแทคเลนส์

การดูแลสุขภาพดวงตา