This is some default tab content, embedded directly inside this space and not via Ajax. It can be shown when no tabs are automatically selected, or associated with a certain tab, in this case, the first tab.
| การดูแลสายตาในเด็ก |
|
|
|
| ความรู้เกี่ยวกับดวงตา - การดูแลสุขภาพดวงตา | |||
| เขียนโดย Administrator | |||
|
การดูแลสายตาในเด็กในบ้านเราเด็กส่วนมากขาดโอกาสที่จะได้ตรวจสุขภาพตาก่อนเข้าเรียน พ่อแม่หลายคนพาลูกมาตรวจตาเมื่อเข้าเรียนไปแล้ว โรคตา ในเด็กส่วนใหญ่ ถ้าพามารักษาช้า มักจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเด็กที่มีสายตาเลือนลาง อาจจะทำให้ตาบอดได้ในที่สุด
หน่วย งานของกระทรวงสาธารณสุขเล็ง เห็นความสำคัญของการตรวจตาในเด็กก่อนวัยเรียน ในช่วงอายุ 3-5 ปี จึงจัดโปรแกรมการตรวจสุขภาพตาแก่เด็กเล็ก พ่อแม่ควรนำลูกไปตรวจตามโรงพยาบาลที่มีศูนย์จักษุอยู่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การพาเด็กมาตรวจตามอายุสำคัญมาก ปัจจุบัน ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะตรวจการมองเห็นในเด็กเล็กๆ เด็กที่ได้รับการตรวจสุขภาพตา ส่วนมากจะได้รับการตรวจในโรงเรียนเท่านั้น โรคตาในเด็กเล็ก เด็กเล็กๆ ส่วนใหญ่มักเป็นโรคทางกล้ามเนื้อตา เช่น ตาเขเข้า โรคตาขี้เกียจ โดยพบในวัยก่อนวัยเรียน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรใส่ใจ โดยก่อนอายุ 5 ปี ควรพาลูกไปพบจักษุแพทย์ พ่อแม่ควรมีแนวทางการดูแลสุขภาพตาของลูกด้วยตนเองไว้บ้าง ช่วงอายุที่ควรจะพาลูกไปพบจักษุแพทย์อาจแบ่งได้เป็น 3 ระยะ โดยทั่วไปโอกาสที่จะเกิดโรคตาในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนมี 3 ช่วงเวลา ได้แก่ อายุแรกเกิด-6 เดือน อายุ 1-3 ปี และอายุ 3-5 ปี อายุแรกเกิด- 6 เดือน ถ้า พ่อแม่สังเกตเห็นลูกมีตาเข เข้าในหัวตาอย่างชัดเจน หรือคิดว่าตาดำมีลักษณะผิดสังเกต เช่น ตาดำสองข้างไม่เท่ากัน ควรพาลูกไปตรวจ เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องว่า ตาเขที่สังเกตเห็นเป็นตาเขปลอม หรือตาเขจริงที่ต้องแก้ไข ที่สำคัญคือไม่ควรปล่อยไว้จนลูกโตเกินไป การ สื่อสารกับเด็กวัยทารกไม่มีผลต่อผลการตรวจของจักษุแพทย์ เนื่องจากปัจจุบันสามารถใช้เทคนิคต่างๆ ในการตรวจประสาทตา และการตรวจสายตาอื่นๆ มาประกอบกัน ซึ่งจะทำให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง อายุ 1-3 ปี ในบางรายถ้าพาลูกมาตรวจช้าเกินไป ก็อาจมีปัญหาเรื่องการมองเห็นและกลายเป็นโรคตาขี้เกียจได้ คือมีสายตามัวไปข้างเดียว โดยตรวจไม่พบโรคตาอื่น ๆ ใส่แว่นแก้ ก็ไม่ทำให้ระดับสายตาดีขึ้น นอกจากต้องกระตุ้นสายตาด้วยการปิดตาข้างดีเพียงอย่างเดียว การรักษาต้องใช้เวลานานขึ้น อาจจะเป็นปี สาเหตุก็เนื่องมาจากการปล่อยให้ตาเขเข้าในตาข้างใดข้างหนึ่งนาน ๆ จนเด็กไม่มีพัฒนาการด้านการใช้สายตาสองข้างทำงานร่วมกัน เด็กจะมีปัญหาในการดูภาพแบบคนปกติ ไม่สามารถดูภาพสามมิติได้ ทำให้การรักษาต้องใช้เวลาเนิ่นนานต่อไปอีก อายุ 3-5 ปี ถ้า พ่อแม่สังเกตเห็นเด็กตาดำเข เข้าหรือเขออกเป็นครั้งคราวเวลาเด็กเผลอตัว เวลาดูทีวี หรือเข้าไปดูทีวีในระยะใกล้เกินไป พ่อแม่ควรจะพาลูกไปตรวจตา เพราะอาจมีความผิดปกติของสายตาเกิดขึ้นได้ จึงต้องหาสาเหตุกันต่อไป วิธีสังเกตความผิดปกติของตาลูก เด็กที่คลอดก่อนกำหนดควรจะพบกับจักษุแพทย์ตามนัด เพราะ เด็กกลุ่มนี้มักจะมีปัญหา ในเรื่องความผิดปกติของระดับสายตา ในกรณีที่เด็กมีพัฒนาการทางร่างกายช้าควบคู่กับสายตาเลือนลาง จำเป็นต้องเข้าสู่โปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการทางสายตาให้เร็วที่สุด ไม่ควรช้ากว่าอายุ 2 ปี ถ้าการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล การบำบัดจะฝึกโดยหัดให้ใช้สายตาที่คงเหลืออยู่ในการดูสิ่งต่างๆ ให้มากที่สุด สายตาสั้น วิธีสังเกตสายตาสั้น โดยที่ลูกมองสิ่งของใกล้หรือหยิบของมาติดตา ดูโทรทัศน์ใกล้เกินไป การดูโทรทัศน์ใกล้ๆ ไม่ ได้ทำให้สายตาสั้น แต่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าลูกอาจสายตาสั้น เวลาเขียนหนังสือ ลูกก้มลงชิดกระดาษ หรือหรี่ตาเมื่อมองดูอะไร สายตาสั้นหรือยาวสามารถทราบได้จากการพาลูกไปตรวจสายตาตั้งแต่เล็กๆ ไม่ต้องรอให้อ่านออกเขียนได้ และวิธีแก้ไขคือการสวมแว่นตาเพราะปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก การรักษาด้วยเลเซอร์ การรักษาความผิดปกติของตาด้วยแสงเลเซอร์ทำได้ในกรณีของการเป็นต้อกระจก สายตาสั้นมากๆ ต้อหินในบางราย แต่ทำได้กับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กๆ ยังทำไม่ได้ เพราะรูปตาของเด็กยังไม่คงที่ ระดับสายตายังเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ เช่น ตอนเล็กๆ อยู่ สายตาอาจยาวแต่อยู่ไปสายตาอาจสั้น การผ่าตัดชนิดนี้ทำได้เมื่อสายตาอยู่ในระดับที่คงที่แล้ว ตาเหล่ ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับดวงตาในเด็ก คือ เรื่องตาเหล่ ซึ่ง พบได้ในวัยเด็ก 5-6 ขวบ สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อตาไม่สามารถทำงานประสานกันได้ อาจแก้ไขโดยการฝึกกล้ามเนื้อตา หรืออาจใช้แว่นตาช่วย ในบางกรณีอาจต้องใช้วิธีผ่าตัด การรักษาควรเริ่มทันทีที่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องตาเหล่ โดยพาไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็คสายตาและวางแผนการรักษาต่อไป
ถ้าหาก คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสังเกตเห็นว่า เด็กอาจมีความผิดปกติของสายตา เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กทั่วๆ ไป ควรจะพาเด็กไปพบจักษุแพทย์ การแก้ไขสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับสายตาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยทำให้เด็กสามารถใช้สายตาได้เท่าเทียมกับเด็กอื่น ๆ ซึ่งมีความสำคัญทั้งในด้านสุขภาพทางกายและเกี่ยวกับจิตใจด้วย เนื่องจากมีผลกระทบเพราะความแตกต่างในการรับรู้ทางสายตาจากผู้อื่น ตาเขจริงและตาเขปลอม ตาเขจริงหรือตาเหล่หรือตาเอก อาจ เป็นลักษณะตาเขเข้า ขาเขออก ตาเขแบบลอยขึ้นบน หรือลงล่างอย่างเห็นชัดเจน หรืออาจเรียกว่าตาเขตาเหล่ถาวรก็ได้ โดยสังเกตดูลักษณะ ลูกตาดำทั้งสองข้างไม่ขนานกัน ไม่ได้อยู่ตรงกึ่งกลางตาขาว มองพร้อมกันสองตาไม่ได้ หรือที่เรามักพูดเล่นกันว่า "ตาไม่สามัคคี" เมื่อคุยกับเพื่อนเขาก็ไม่แน่ใจว่ามองเขาอยู่หรือเปล่า ตาเขปลอม เกิด จากเด็กที่มีหนังตาสองข้าง คลุมลูกตาดำมากเกินไป และเด็กเล็กๆ ยังไม่มีสันจมูกโด่งพอ ตาจึงมีลักษณะคล้ายตาเข แต่เมื่อตรวจระดับสายตาแล้ว ไม่มีความผิดปกติ เมื่อเด็กโตขึ้นตาดำก็จะตรงเอง ตาบอดในเด็ก หมายถึง ภาวะที่เด็กมีระดับการมองเห็นลดลงกว่าปกติอย่างมาก และระดับสายตาที่ลดลงนี้มีผลทำให้เด็กมีการพัฒนาการเรียนรู้ช้าลง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดในเด็กที่เป็นปัญหาทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศที่ยังไม่พัฒนา คือ ขาดวิตามินเอ ภาวะ นี้จะทำให้เกิดความผิดปกติใน ระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กที่ขาดวิตามินเอติดเชื้อได้ง่าย และอาจถึงกับเสียชีวิตได้ สำหรับผลกระทบด้านดวงตา จะมีผลให้เยื่อบุตาแห้ง อาจเกิดแผลที่กระจกตาตามมา ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงอย่างมาก สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดในเด็ก ได้แก่ โรคที่เป็นแต่กำเนิด เช่น ต้อหิน ต้อกระจก โรคมะเร็งของประสาทตา รวมถึงกรณีที่มารดาเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เส้นประสาทตาเจริญผิดปกติ ประสาทตาฝ่อได้
โดย ปกติเด็กในช่วงแรกเกิดถึง 2 เดือน การมองเห็นยังไม่ชัดเจนเท่าผู้ใหญ่ ตาจะมองลอยไปมาในทิศทางต่างๆ ดังนั้นหากเด็กไม่จ้องตา ก็ไม่ควรกังวลเกินไปนัก เนื่องจากจอประสาทตายังมีการพัฒนาไม่เต็มที่ แต่หากเด็กมีอายุเกินน 3 เดือนไปแล้ว ยังไม่มองหน้าแม่เวลาป้อนนม หรือไม่มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว ควรรีบหาสาเหตุทันทีใน กรณีที่เด็กมองไม่เห็น เด็กอาจใช้นิ้วมือกดที่ลูกตาเพื่อกระตุ้นให้เกิดแสงวาบขึ้น ดังนั้นพ่อแม่จึงควรหมั่นสังเกตอย่างสม่ำเสมอ เพราะอากัปกิริยาดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่าสายตาไม่ดี นอกจากนี้ ยังมีภาวะตาสั่นกระตุก ที่พบในเด็กที่สูญเสียการมองเห็นเนื่องจากโรคหรือความผิดปกติในลูกตาดัง กล่าวข้างต้น กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการมีโรคตาและควรได้รับการดูแลตาเป็นพิเศษ โรคตาในเด็กที่พบบ่อย สถานที่ตรวจตา สถานที่ตรวจตาสำหรับเด็กเล็กๆ ได้แก่ โรงพยาบาลของรัฐที่มีความชำนาญเรื่องกล้ามเนื้อตาและโรคตาเด็ก ถ้ามีออทอปติสซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกล้ามเนื้อตาก็จะได้รับการดูแลเฉพาะ ทางได้เป็นอย่างดี เช่น โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย เช่น ศิริราช รามาธิบดี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ราชวิถี พระมงกุฎ จุฬาฯ มหาราช เชียงใหม่ โรงพยาบาลศูนย์นครราชสีมา สำหรับโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง ก็สามารถนำเด็กไปรักษาได้เช่นกัน
|
ความคิดเห็น...
แล้วทำให้เป็นต้ อหินและวุ้นเลือ ดในตา จะพาไปรักษาที่ไ หนดี
รักษามานานแล้วไ ม่หายสักที แก้ไข
RSS feed for comments to this post.